ผลการค้นหา

วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นคำสั่งทางปกครอง

คำสั่งศาลปกครองระยอง คดีหมายเลขแดงที่ 40/2546

สรุปข้อเท็จจริง

ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี และผู้อำนวยการโรงพยาบาลขลุง ออกคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ผู้ฟ้องคดี ประจำปีงบประมาณ ๒๕๔๔ เพียง ๐.๕ ขั้น ทำให้ผู้ฟ้องคดีไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากเป็นการใช้อำนาจกลั่นแกล้ง ประเมินผลการปฏิบัติงานต่ำกว่าความเป็นจริง ผู้ฟ้องคดีจึงได้ร้องทุกข์ต่อ อ.ก.พ. จังหวัดจันทบุรี แต่ อ.ก.พ. จังหวัดจันทบุรี กลับยกคำร้องทุกข์ของผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงนำคดีมาฟ้องต่อศาลปกครอง

คำวินิจฉัย

ศาลปกครองระยองพิจารณาแล้วเห็นว่า คำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนดังกล่าวเป็นคำสั่งทางปกครองตามนัยมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙และเนื่องจากพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๓๕ มิได้กำหนดวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองในเรื่องนี้ไว้โดยเฉพาะจึงต้องดำเนินการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงในคดีฟังได้ว่าผู้อำนวยการโรงพยาบาลขลุงมีเหตุโกรธเคือง และขัดแย้งกับผู้ฟ้องคดีมาก่อน จึงเห็นได้ว่าผู้อำนวยการโรงพยาบาลขลุงในฐานะผู้บังคับบัญชาที่ทำการประเมินผล การปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ผู้ฟ้องคดีนั้น มีเหตุซึ่งมีสภาพร้ายแรงอันอาจจะทำให้การประเมินดังกล่าว ไม่เป็นกลาง จึงถูกจำกัดมิให้กระทำหน้าที่ในการประเมินผลการปฏิบัติงาน ดังกล่าว ตามมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ ดังนั้น การประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้แก่ผู้ฟ้องคดี โดยผู้อำนวยการโรงพยาบาลขลุงในขณะนั้นจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ออกคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ผู้ฟ้องคดี โดยใช้ผลการประเมินที่ประเมินไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายมาประกอบ การพิจารณาออกคำสั่ง ย่อมทำให้คำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ผู้ฟ้องคดีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมายด้วย

ศาลจึงพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการของผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเฉพาะรายของผู้ฟ้องคดี โดยให้ผู้อำนวยการโรงพยาบาลขลุงทำการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้ฟ้องคดีประจำปีงบประมาณ ๒๕๔๔ ครั้งที่ ๒ ใหม่ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พิจารณาเพื่อออกคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ ๑๐ (พ.ศ. ๒๕๓๘)ฯ ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการพิจารณาจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลขลุง

ความล่าช้าเป็นบ่อเกิดของความอยุติธรรม

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ 260/2546 (ประชุมใหญ่)

ในกรณีที่ไม่มีกฎหมายกำหนดระยะเวลาในการพิจารณา คำขอ หรือการกระทำใด ๆ ของหน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่รัฐ สำหรับเรื่องนั้นๆ ไว้เป็นการเฉพาะ หน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ควรดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คุณสมบัติผู้มีสิทธิสอบคัดเลือกเพื่อเปลี่ยนสายงาน

ข้อหารือ

ก.ท.จ.สระบุรี หารือคุณสมบัติของผุ้มีสิทธิสอบคัดเลือกเพื่อเปลี่ยนสายงาน จากสายงานผู้ปฏิบัติเป็นสายงานผู้บริหาร ตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายสวัสดิการสังคม (นักบริหารงานสวัสดิการสังคม 7) ของเทศบาลตำบลหนองแค ในประเด็นการดำรงตำแหน่ง ในระัดับ 7 ว. หรือ 7 วช. หรือ ก.ท.เทียบเท่ามาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี นั้น หมายถึง ผู้มีสิทธิสอบคัดเลือกจะต้องดำรงตำแหน่ง สายงานสวัสดิการสังคมในระัดับ 7 ว. หรือหมายถึง ผู้ดำรงตำแหน่งใดๆ ในระดับ 7 หรือ 7 วช.

คำวินิจฉัย

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสอบคัดเลือกเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง หัวหน้าฝ่าย (นักบริหารงานสวัสดิการสังคม 7) เป็นไปตามประกาศ ก.ท. เรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการสอบคัดเลือกสำหรับพนักงานเทศบาล ฉบับลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549 ซึ่งกำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสอบคัดเลือกเพื่อเปลี่ยนสายงานผุ้ปฏิบัติและตำแหน่งประเภทวิชาชีพเฉพาะเป็นสายงานผู้บริหาร โดยกำหนดให้ผู้มีสิทธิสอบคัดเลือกจะต้องดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งในระดับ 7 ว. หรือ 7 วช. มาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ปี ในทุกสายงาน และมีคุณสมบัติอื่นครบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการสอบคัดเลือกสำหรับพนักงานเทศบาลก็มีสิทธิสอบคัดเลือกได้ ทั้งนี้ให้ถือปฏิบัติตามหนังสือ สำนักงาน ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต.ที่ มท 0809.2/ว 55 ลงวันที่ 30 เมษายน 2550

การเทียบหลักสูตรนักบริหารงานมืออาชีพเป็นหลักสูตรนักบริหารงานระดับสูง

ข้อหารือ

1.อบจ.สงขลา หารือว่ากรณีผู้สำเร็จการศึกษาอบรมหลักสูตรนักบริหารงานมืออาชีพ (ระดับ 9) จะถือเป็นหลักสูตรนักบริหารงานระดับสูงที่ ก.จ.รับรอง หรือไม่
2.นาย ส.รองปลัดเทศบาลนครสงขลา (นักบริหารงานเทศบาลระดับ 9) มีหนังสือขอให้พิจารณาเพิ่มเติมหลักเกณฑ์คุณสมบัติของ ปลัด อบจ.ระดับ 9 โดยให้รองปลัดเทศบาลระดับ 9 ที่ดำรงตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี และผ่านการศึกษาอบรมหลักสูตรนักบริหารงานมืออาชีพของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นผู้มีคุณสมบัติในการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งปลัด อบจ.ระดับ 9

คำวินิจฉัย

1.รับรองหลักสูตรนักบริหารงานมืออาชีพ (ระดับ 9) เป็นหลักสูตรที่เป็นคุณสมบัติในการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งปลัด อบจ.ระดับ 9 ได้
2. กรณีนาย ส.นั้นไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากการคัดเลือก เพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นในตำแหน่ง ปลัด อบจ.ระดับ 9 ไม่ได้กำหนดให้ข้าราชการประเภทอื่น มาสมัครคัดเลือกเพื่อเลื่อนและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับท่สูงขึ้นได้
ทั้งนี้การรับโอนพนักงานเทศบาลมาดำรงตำแหน่ง ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ระดับ 9 ผุ้นั้นต้องดำรงตำแหน่งปลัดเทศบาล ระดับ 9 ซึ่งเป็นตำแหน่งและระดับที่เทียบเท่ากับตำแหน่งปลัด อบจ. ดังนั้นจึงไม่อาจแก้ไขหลักเกณฑ์ให้รองปลัดเทศบาลระดับ 9 มีคุณสมบัติคัดเลือกและโอนมาดำรงตำแหน่งปลัด อบจ.ระดับ 9 ได้