ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หารือการพ้นจากตำแหน่งของลูกจ้าง ประจำ

ข้อหารือ

- จังหวัดปัตตานี หารือกรณี ก.ท.จ.ปัตตานี มีมติไม่ต่ออายุราชการให้กับลูกจ้างประจำของเทศบาลเมืองปัตตานี ที่มีอายุครบ 55 ปี โดยให้พ้นจากตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2552 ตามประกาศก.ท. เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสำหรับลูกจ้างของเทศบาล ลงวันที่ 22 พฤศจิกายน 2544 และต่อมา ก.ท. ได้มีการแก้ไขการอายุราชการลูกจ้างประจำ โดยให้เกษียณอายุที่ 60 ปี ตามประกาศคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสำหรับลูกจ้างของเทศบาล (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 30 เมษายน 2552 กรณีดังกล่าว ลูกจ้างประจำของเทศบาลจะต้องพ้นจากการเป็นลูกจ้างประจำในวันที่ 1 ตุลาคม 2552 ตามมติ ก.ท.จ.ปัตตานี ในการประชุมครั้งที่ 5/2552 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 หรือไม่

คำวินิจฉัย

มีมติว่า หาก ก.ท.จ.ปัตตานี ได้มีการประกาศหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการบริหารงานบุคคลของเทศบาล โดยแก้ไขให้เป็นไปตามประกาศ ก.ท. เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสำหรับลูกจ้างของเทศบาล (แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2552 ลงวันที่ 30 เมษายน 2552 ซึ่งกำหนดให้ ลูกจ้างมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์และไม่เกินหกสิบปีก่อนวันที่ 30 กันยายน 2552 การพ้นจากตำแหน่งของลูกจ้าง ประจำเพราะเหตุเกษียณอายุในวันที่ 30 กันยายน 2552 จึงต้องถือปฏิบัติตามประกาศ ก.ท.จ.ปัตตานี ที่แก้ไขนั้น

หนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง

การบริหารงานบุคคลเกี่ยวกับลูกจ้าง ประจำ (มท 0809.5/ว121)

ประกาศ ก.จ.,ก.ท. และ ก.อบต. เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับบำเหน็จความชอบสำหรับข้าราชการหรือพนักงาน ส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (มท 0809.3/ว1009)

การให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้อง ถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่ว คราว (ด่วนที่สุด ที่ มท 0809.3/ว115)

การให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้อง ถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่ว คราว (ด่วนที่สุด ที่ มท 0809.3/ว180)



การให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้อง ถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่ว คราว

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หลักเกณฑ์การให้ทุนการศึกษา

หลักเกณฑ์การให้ทุนการศึกษาและการตั้งงบประมาณเพื่อให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาตรีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑.บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะรับทุนการศึกษาทั้งระดับปริญญาโทและปริญญาตรีจะต้อง - ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดเลือกให้เป็นผู้รับทุนการศึกษา ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ว่าด้วยการตั้งงบประมาณเพื่อให้ทุนการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น -ให้พิจารณาในสัดส่วนของผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นฝ่ายละเท่าๆกัน และสามารถเฉลี่ยสัดส่วนกันได้ -สามารถเฉลี่ยจำนวนทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ก็สามารถทำได้ แต่ค่าใช้จ่ายในปีงบประมาณต้องไม่เกินจำนวนที่สามารถตั้งงบประมาณได้ ทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหาร ๒.บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีสิทธิรับทุนการศึกษา สามารถเข้าศึกษาในสาขาวิชาที่กำหนดเป็นคุณวุฒิตามคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งในทุกตำแหน่งที่คณะกรรมการกลางขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบจ. เทศบาล และ อบต.)กำหนด ๓.สาขาที่เข้าศึกษาควรเป็นหลักสูตรพิเศษที่ใช้เวลาการศึกษานอกเวลาราชการ ๔.ระหว่างการศึกษาโดยได้รับทุนก...

ตารางการเทียบระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของพนักงานเทศบาล

1.กรณีเป็นตำแหน่งสายงานที่ ก.ท.กำหนด ตำแหน่งในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 1 และ 2 -เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 3 1.นักวิชาการสาธารณสุข 2.นักวิชาการสุขาภิบาล 3.นักวิชาการสิ่งแวดล้อม เทียบได้ นับได้ไม่ก่อนวันที่ผู้นั้นได้รับคุณวุฒิปริญญาที่ตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง และดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป โดยให้นับได้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของระยะเวลาดังกล่าว ตามหนังสือสำนักงาน ก.จ. , ก.ท.และ ก.อบต.ที่ มท 0809.2 / ว 33 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2548 ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 2.กรณีเป็นตำแหน่งที่ ก.พ.หรือส่วนราชการอื่นกำหนด สายงานที่ ก.พ.หรือส่วนราชการอื่นกำหนด - เจ้าหน้าที่ปกครองฝพนักงานปกครอง ผู้ที่รับผิดชอบงานเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร สายงานที่ ก.ท.กำหนด - เจ้าหน้าที่ทะเบียน/เจ้าพนักงานทะเบียน เทียบได้ 100% ของระยะเวลาการดำรงตำแหน่งตามหนังสือสำนักงาน ก.จ., ก.ท. และ ก.อบต.ที่ มท 0809.2/ว 25 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2549 --------------------------------------------...

ครูผู้ดูแลเด็กเล็ก

ประกาศคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล เรื่องกำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกกรณีพิเศษไม่ต้องสอบแข่งขันสำหรับหัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและครูผู้ดูแลเด็กเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานครูเทศบาล คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล ได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 8/2553 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2553 เห็นชอบให้กำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกกรณีที่มรเหตุพิเศษโดยไม่จำเป็นต้องสอบแข่งขันสำหรับหัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและครูผู้ดูแลเด็กเล็กเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานครูเทศบาล โดยมีสาระสำคัญดังนี้ - ตำแหน่งที่จะสามารถคัดเลือกเพื่อบรรจุเป็นกรณีพิเศษได้ ได้แก่พนักงานครูเทศบาลในตำแหน่ง ครูผู้ช่วย ครูผู้ดูแลเด็กเล็ก และหัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก - คุณสมบัติผู้มีสิทธิเข้ารับการคัดเลือกกรณีมีเหตุพิเศษ 1. ดำรงตำแหน่งครูผู้ดูแลเด็ก และ/หรือ หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ซึ่งจัดจ้างโดยงบประมาณเงินอุดหนุนจากรัฐและจากเงินรายได้ของท้องถิ่นติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี และ 2. เป็นผู้มีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามประกาศคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล เรื่องมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามเบื้องต้นสำหรับ...