ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หารือแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของ ก.ท.จ.

ข้อหารือ

หารือแนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของ ก.ท.จ.หนองบัวลำภู
- กรณีการปฏิบัติหน้าที่ของ ก.ท.จ.หนองบัวลำภู ที่มีกรรมการใน ก.ท.จ.หนองบัวลำภู บางส่วนไปที่เทศบาลเรียกให้นายกเทศมนตรี รองนายก เทศมนตรี ประธานสภาและสมาชิกสภา และพนักงานเทศบาล เข้าร่วมประชุมรับทราบนโยบายการบริหารงานบุคคล โดยไม่แจ้งหรือประสานให้เทศบาล ทราบ ทั้งที่บทบาทดังกล่าวควรเป็นของผู้บริหารเทศบาล จะกระทำได้หรือไม่

คำวินิจฉัย


มีมติรับทราบผลการพิจารณาของ อ.ก.ท.ด้านกฎหมาย ที่มีมติว่า ก.ท.จ. มีองค์ประกอบตามมาตรา 23 และมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 13 ประกอบมาตรา 23 วรรคหก แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่จึงต้องกระทำในรูปของคณะกรรมการที่ครบองค์ประกอบตามที่กฎหมายกำหนด
การที่กลุ่มบุคคลได้เรียกนายเทศมนตรี,รองนายกเทศมนตรี ประธานสภา,สมาชิกสภาและพนักงานเทศบาลเข้าร่วมประชุมรับทราบนโยบายการบริหารงานบุคคล การดำเนินการ ของกลุ่มบุคคลคณะนี้ จึงมิใช่การดำเนินการของ ก.ท.จ. ตามองค์ประกอบที่ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานงานบุคคล ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 กำหนดไว้ ประกอบกับไม่มีบทบัญญัติใดใน พ.ร.บ. ฉบับเดียวกันนี้ ที่ให้อำนาจหน้าที่ ก.ท.จ. ในการเรียกประชุมเทศบาลแห่งหนึ่งแห่งใดเพื่อรับทราบนโยบายการบริหารงานบุคคล ก.ท.จ. จึงไม่อาจเรียกประชุมได้ ดังนั้น การเรียกประชุมเพื่อรับทราบนโยบายการบริหารงานบุคคลโดยกลุ่มบุคคล จึงมิใช่การดำเนินการในอำนาจหน้าที่ของ ก.ท.จ.
สำหรับประเด็นที่ว่า มาตรา 13(5) ประกอบมาตรา 26 วรรคหก แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ที่กำหนดว่า คณะกรรมการพนักงานเทศบาล มีอำนาจหน้าที่กำกับ ดูแล ตรวจสอบ แนะนำและชี้แจง ส่งเสริมและพัฒนาความรู้แก่พนักงานเทศบาล มีขอบเขตเพียงใด พิจารณาแล้วเห็นว่า ก.ท.จ. มีอำนาจหน้าที่กำกับ ดูแล ตรวจสอบการบริหารงานบุคคลของเทศบาล ให้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ของเทศบาล ตามที่ ก.ท.จ. กำหนดไว้ และต้องสอดคล้องกับมาตรฐานทั่วไปตามที่ ก.ท. กำหนดไว้เท่านั้น
กรณีการเรียกประชุมนายกเทศมนตรี รองนายกเทศมนตรี ประธานสภา สมาชิกสภาและพนักงานเทศบาล เพื่อรับทราบนโยบายการบริหารงานบุคคล โดยไม่แจ้งหรือประสานให้เทศบาล ทราบ นั้น เห็นว่า การบริหารงานบุคคลภายในเทศบาล
เป็นอำนาจอิสระของเทศบาล ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายกำหนด การบริหารงานบุคคลภายในเทศบาล จึงถือเป็นอำนาจหน้าที่ของเทศบาลโดยตรง ก.ท.จ. มีอำนาจหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลในเทศบาลสำหรับเทศบาลในเขตจังหวัด เพื่อให้เทศบาล นำไปปฏิบัติ หากกรณียังไม่พบว่า เทศบาล ปฏิบัติผิดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของเทศบาลตามที่ ก.ท.จ. กำหนดไว้ ก.ท.จ. ไม่อาจใช้อำนาจกำกับ ดูแล ตรวจสอบกับเทศบาลกรณีนี้ได้ หากมีความจำเป็นจะต้องชี้แจงอันเป็นประโยชน์แก่พนักงานเทศบาล ก็อาจดำเนินการได้โดยการขอความร่วมมือเท่านั้น

หนังสือสั่งการที่เกี่ยวข้อง


ขอบเขตอำนาจหน้าที่ในการบริหารงานบุคคลของคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ด่วนที่สุด ที่ มท 0809.8/ว1092)

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หลักเกณฑ์การให้ทุนการศึกษา

หลักเกณฑ์การให้ทุนการศึกษาและการตั้งงบประมาณเพื่อให้ทุนการศึกษาระดับปริญญาโทและปริญญาตรีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๑.บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะรับทุนการศึกษาทั้งระดับปริญญาโทและปริญญาตรีจะต้อง - ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการคัดเลือกให้เป็นผู้รับทุนการศึกษา ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ว่าด้วยการตั้งงบประมาณเพื่อให้ทุนการศึกษาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น -ให้พิจารณาในสัดส่วนของผู้บริหารท้องถิ่นหรือสมาชิกสภาท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นฝ่ายละเท่าๆกัน และสามารถเฉลี่ยสัดส่วนกันได้ -สามารถเฉลี่ยจำนวนทุนการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ก็สามารถทำได้ แต่ค่าใช้จ่ายในปีงบประมาณต้องไม่เกินจำนวนที่สามารถตั้งงบประมาณได้ ทั้งนี้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหาร ๒.บุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีสิทธิรับทุนการศึกษา สามารถเข้าศึกษาในสาขาวิชาที่กำหนดเป็นคุณวุฒิตามคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งในทุกตำแหน่งที่คณะกรรมการกลางขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบจ. เทศบาล และ อบต.)กำหนด ๓.สาขาที่เข้าศึกษาควรเป็นหลักสูตรพิเศษที่ใช้เวลาการศึกษานอกเวลาราชการ ๔.ระหว่างการศึกษาโดยได้รับทุนก...

หัวหน้าฝ่ายนิติการ

ข้อหารือ ก.ท.จ.ฉะเชิงเทรา หารือเกี่ยวกับการย้ายพนักงานเทศบาลไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายนิติการ กองวิชาการและแผนงาน - กรณีที่ ก.ท. ได้กำหนดข้อแนะนำให้ฝ่ายนิติการ (7ว) เป็นส่วนราชการภายในกองวิชาการและแผนงาน กรณีดังกล่าว ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายนิติการ (7ว) ถือเป็นตำแหน่งสายงานผู้บริหารหรือไม่ และเทศบาลจะสามารถย้ายพนักงานเทศบาล ในสายงานนักบริหารงานทั่วไป ซึ่งมีคุณวุฒินิติศาสตรบัณฑิต มาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้หรือไม่ คำวินิจฉัย 1. ประเด็นการพิจารณาสายงาน หากเทศบาลกำหนดให้มีฝ่ายนิติการอยู่ในโครงสร้างภายในกองวิชาการและแผนงาน โดยกำหนดให้ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายนิติการ เป็นตำแหน่งในสายงานนักบริหารงานทั่วไป ก็ถือว่าเป็นตำแหน่งสายงานผู้บริหาร แต่หากกำหนดตำแหน่งสายงานนิติการ ก็ถือว่าหัวหน้าฝ่ายนิติการมิได้เป็นตำแหน่งสายงานผู้บริหาร 2. ประเด็นการย้ายพนักงานเทศบาลไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายนิติการ กรณีที่เทศบาลจะย้ายพนักงานเทศบาล ในตำแหน่งสายงานนักบริหารงานทั่วไป ซึ่งมีคุณวุฒินิติศาสตรบัณฑิต ไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายนิติการ ซึ่ง ก.ท. กำหนดข้อแ...

ตารางการเทียบระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของพนักงานเทศบาล

1.กรณีเป็นตำแหน่งสายงานที่ ก.ท.กำหนด ตำแหน่งในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 1 และ 2 -เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ 3 1.นักวิชาการสาธารณสุข 2.นักวิชาการสุขาภิบาล 3.นักวิชาการสิ่งแวดล้อม เทียบได้ นับได้ไม่ก่อนวันที่ผู้นั้นได้รับคุณวุฒิปริญญาที่ตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งที่จะแต่งตั้ง และดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป โดยให้นับได้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของระยะเวลาดังกล่าว ตามหนังสือสำนักงาน ก.จ. , ก.ท.และ ก.อบต.ที่ มท 0809.2 / ว 33 ลงวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2548 ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 2.กรณีเป็นตำแหน่งที่ ก.พ.หรือส่วนราชการอื่นกำหนด สายงานที่ ก.พ.หรือส่วนราชการอื่นกำหนด - เจ้าหน้าที่ปกครองฝพนักงานปกครอง ผู้ที่รับผิดชอบงานเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร สายงานที่ ก.ท.กำหนด - เจ้าหน้าที่ทะเบียน/เจ้าพนักงานทะเบียน เทียบได้ 100% ของระยะเวลาการดำรงตำแหน่งตามหนังสือสำนักงาน ก.จ., ก.ท. และ ก.อบต.ที่ มท 0809.2/ว 25 ลงวันที่ 2 มีนาคม 2549 --------------------------------------------...