ผลการค้นหา

วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2555

กำหนดเงื่อนไขและวิธีการกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่น สำหรับพนักงานเทศบาลเป็นกรณีพิเศษ




 ประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด......................
เรื่อง กำหนดเงื่อนไขและวิธีการกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่น
สำหรับพนักงานเทศบาลเป็นกรณีพิเศษ
...............................................
อาศัยอำนาจตามประกาศในมาตรา ๑๓ () และมาตรา ๒๓ วรรคเจ็ด แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ..๒๕๔๒ ประกอบกับข้อ ๓๕ ของประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด...................... เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของเทศบาล ลงวันที่ …………………. มติคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล ในการประชุมครั้งที่………….. เมื่อวันที่ …………………. และมติคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด...................... ในการประชุมครั้งที่ …….. เมื่อวันที่ …………… ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด...................... เรื่อง กำหนดเงื่อนไขและวิธีการกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่นแก่พนักงานเทศบาลเป็นกรณีพิเศษ ลงวันที่ …………..และออกประกาศกำหนดเงื่อนไขและวิธีการกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่นสำหรับพนักงานเทศบาลเป็นกรณีพิเศษ ดังนี้
ให้เทศบาลที่บริหารจัดการการจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง และประโยชน์ตอบแทนอื่น สำหรับพนักงานและลูกจ้างได้ต่ำกว่าที่กำหนดไว้ในมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ..๒๕๔๒ และได้บริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล สามารถเสนอขอรับการประเมินเพื่อกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษสำหรับพนักงานและลูกจ้างของเทศบาลได้ตามเงื่อนไขและวิธีการ ดังนี้
. คุณสมบัติของเทศบาลที่มีสิทธิขอรับการประเมิน
เทศบาลที่ผ่านการประเมินการบริหารจัดการที่ดีของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ในปีงบประมาณที่แล้วมาโดยได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ และมีวงเงินคงเหลือจากค่าใช้จ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง และประโยชน์ตอบแทนอื่นยังไม่ถึงร้อยละ ๔๐ ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ขอรับการประเมิน
. หลักเกณฑ์และวิธีการประเมิน
.ขั้นตอนและวิธีการประเมิน
                        () ภายในเดือนตุลาคมของทุกปีให้เทศบาลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อ ๑. ทุกแห่ง เสนอขอรับการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติราชการเพื่อกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษสำหรับพนักงานและลูกจ้างต่อคณะกรรมการพนักงานเทศบาล (...) เพื่อรับทราบการประเมิน กรณีเทศบาลตามข้อ ๑ แห่งใดมีวงเงินคงเหลือไม่เพียงพอแก่การจัดประโยชน์ ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ ให้เสนอเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่อาจขอรับการประเมินให้คณะกรรมการพนักงานเทศบาล ทราบด้วย
                        () ให้เทศบาลที่ขอรับการประเมินตามข้อ () ดำเนินการตามแบบประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติราชการเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๘ เดือน โดยเริ่มนับตั้งแต่ วันที่ ๑ พฤศจิกายนของปีงบประมาณที่ขอรับการประเมินเป็นต้นไป แล้วดำเนินการสำรวจความพึงพอใจของผู้รับบริการตามมิติที่ ๒ โดยให้หน่วยงานหรือสถาบันที่เป็นกลางทำการสำรวจ และรายงานผลการ ปฏิบัติงานตามมิติและตัวชี้วัด เสนอคณะกรรมการพนักงานเทศบาลเพื่อให้คณะอนุกรรมการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติราชการในระดับอำเภอหรือกิ่งอำเภอที่คณะกรรมการพนักงานเทศบาลแต่งตั้งไปทำการประเมินผลการปฏิบัติงาน
                        () ให้คณะอนุกรรมการประเมินตามข้อ ๒ รายงานและเสนอผลการประเมินต่อคณะกรรมการพนักงานเทศบาล เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบผลการประเมิน
                        .คณะอนุกรรมการประเมิน
                        ให้คณะกรรมการพนักงานเทศบาล แต่งตั้งคณะอนุกรรมการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติราชการของเทศบาลในระดับอำเภอหรือกิ่งอำเภอ ประกอบด้วย
                        () กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพนักงานเทศบาล ๑ คน ที่คณะกรรมการพนักงานเทศบาลคัดเลือก เป็นประธาน
                        () กรรมการผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในคณะกรรมการพนักงาน เทศบาล ๑ คน ที่คณะกรรมการพนักงานเทศบาลคัดเลือก เป็นอนุกรรมการ
                        () ผู้แทนส่วนราชการ ๑ คน เป็นอนุกรรมการ
                        () ผู้ทรงคุณวุฒิจากสถาบันการศึกษา ๒ คน ที่คณะกรรมการพนักงานเทศบาล คัดเลือก เป็นอนุกรรมการ
                        () ท้องถิ่นจังหวัดหรือผู้แทน ๑ คน เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ
                        ให้คณะอนุกรรมการนี้มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติราชการของเทศบาลตามมิติ ตัวชี้วัด และเกณฑ์คะแนนประเมินแล้วรายงานผลการประเมินให้ คณะกรรมการพนักงานเทศบาล เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบผลการประเมิน
                        .มิติการประเมินและตัวชี้วัด (๑๐๐ คะแนน)
                        () มิติ ตัวชี้วัด และคะแนนประเมิน (๘๐ คะแนน) ประกอบด้วย
มิติการประเมินและตัวชี้วัด
คะแนนเต็ม
มิติที่ ๑ มิติด้านประสิทธิผลตามแผนพัฒนาของเทศบาล
[]ผลสำเร็จตามแผนพัฒนาสามปีของเทศบาล
๑๕
มิติที่ ๒ มิติด้านคุณภาพการให้บริการ
[]คุณภาพการให้บริการ
[]การมีส่วนร่วมของประชาชน ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
๒๕
มิติที่ ๓ มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ
[]การบริหารงบประมาณ
[]การประหยัดพลังงาน
[]ความประหยัดและคุ้มค่าในการบริหารจัดการโครงการหรืองานประจำ
[]ประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการ
๒๐
มิติที่ ๔ มิติด้านการพัฒนาองค์กร
[]การจัดการสารสนเทศ
[]การพัฒนาบุคลากร
[]การพัฒนากฎหมาย
[]การถ่ายทอดตัวชี้วัดและเป้าหมายการประเมินตามหลักเกณฑ์นี้
จากระดับองค์กรสู่ระดับบุคคล
[]การให้เทศบาลเสนอโครงการ/กิจกรรมปรับปรุงกระบวนการทำงาน หรือลดขั้นตอนการทำงานหรือการบริการและตอบสนองความต้องการของประชาชน ๑ โครงการ/กิจกรรม
๒๐
                        รายละเอียดการประเมินตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้
                        () คะแนนตามสัดส่วนของผลคะแนนประเมินการบริหารจัดการที่ดีในปีที่ผ่านมา
(๒๐ คะแนน) โดยให้ได้รับคะแนนประเมินตามสัดส่วน ดังนี้
คะแนนประเมินการบริหารจัดการที่ดี
คะแนนที่ได้
-มากกว่า ๘๐ คะแนนขึ้นไป
๒๐
-มากกว่า ๗๕ - ๘๐ คะแนน
๑๘
-มากกว่า ๗๐ - ๗๕ คะแนน
๑๖
-มากกว่า ๖๕ - ๗๐ คะแนน
๑๔
-ตั้งแต่ ๖๐ - ๖๕ คะแนน
๑๒







 โดยเทศบาลที่ผ่านการประเมินต้องได้รับคะแนนรวมตาม () และ () รวมกันแล้ว
ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๗๕
            . วงเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ

            .การกำหนดวงเงิน
                        () ให้เทศบาลที่ได้รับความเห็นชอบการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติราชการจากคณะกรรมการพนักงานเทศบาล แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินประโยชน์ ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ ประกอบด้วย นายกเทศมนตรีเป็นประธาน ปลัดเทศบาลและหัวหน้าส่วนราชการ เป็นกรรมการ โดยนำเงินส่วนที่เหลือจากกรณีค่าใช้จ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง และประโยชน์ตอบแทนอื่นไม่สูงกว่าร้อยละ ๔๐ ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ขอรับการประเมินมาจัดสรรจ่ายเป็นประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษได้ในจำนวนเงินตามผลคะแนนประเมินที่ได้รับโดยคิดคำนวณ ดังนี้
วงเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ = (วงเงิน ๔๐ % ที่คงเหลือ) X (ผลคะแนนประเมิน)
                                                                                  ๑๐๐
ทั้งนี้ ให้จ่ายจากเงินรายได้ที่ไม่รวมถึงเงินอุดหนุนและเงินกู้หรือเงินอื่นใด
                        () อัตราเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษที่พนักงาน ลูกจ้างประจำ หรือพนักงานจ้างได้รับต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดตามสัดส่วนผลคะแนนประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติราชการที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพนักงานเทศบาล ดังนี้
                                    (.) คะแนนประเมินตั้งแต่ ๗๕ คะแนน มีสิทธิได้รับประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษไม่เกิน ๓ เท่าของอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างหรือค่าตอบแทน
                                    (.) คะแนนประเมินตั้งแต่ ๙๕ คะแนนขึ้นไปและมีวงเงินคงเหลือจากกรณีค่าใช้จ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง และประโยชน์ตอบแทนอื่นเพียงพอ อาจเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการพนักงานเทศบาล เพื่อให้มีสิทธิได้รับเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษเกินกว่า ๓ เท่า แต่ไม่เกิน ๕ เท่าของอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างหรือค่าตอบแทน
                                    โดยใช้ฐานอัตราเงินเดือนหรือค่าจ้างหรือค่าตอบแทน ณ วันที่ ๑ ตุลาคมของปีที่ขอรับการประเมิน
            .การพิจารณาจ่ายเงิน
                        () ให้คณะกรรมการตามข้อ ๓.๑ พิจารณาจ่ายเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษด้วยความเป็นธรรมและโปร่งใส โดยให้พิจารณาจ่ายตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อ .๑ ลดหลั่นกันตามผลการเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำปีทั้งปีของพนักงานหรือลูกจ้างประจำหรือพนักงานจ้าง หรือตามผลการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการปฏิบัติงานประจำปีทั้งปีของพนักงานจ้างทั่วไปในปีที่ขอรับการประเมิน แล้วจัดทำบันทึกรายงานการประชุมของคณะกรรมการตามข้อ ๓.๑ และรวบรวมเอกสาร หลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้เพื่อตรวจสอบกรณีที่มีการกล่าวหาว่ามีการทุจริตหรือเรียกรับผลประโยชน์ในการกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ
                        () ผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ ได้แก่
                                    (.) พนักงานหรือลูกจ้างประจำที่ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างในปีงบประมาณที่ขอรับการประเมินทั้งปี รวม ๒ ครั้ง (๑ เมษายน และ ๑ ตุลาคม) ไม่น้อยกว่า ๑ ขั้น สำหรับพนักงานหรือลูกจ้างประจำผู้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงขั้นสูงของอันดับหรือตำแหน่งให้นำการได้รับเงินตอบแทนพิเศษครึ่งขั้น (ร้อยละ ๒) และหนึ่งขั้น (ร้อยละ ๔) ในปีงบประมาณนั้นมารวมเพื่อประกอบการพิจารณาเช่นเดียวกับการเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำปีด้วย
                        กรณีตามวรรคหนึ่งหากพนักงานครูผู้ใดที่ไม่ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนในครั้งที่ ๒ (๑ ตุลาคม ) ด้วยเหตุที่เงินที่ใช้ในการเลื่อนขั้นเงินเดือนร้อยละ ๖ ไม่เพียงพอ อันเนื่องมาจากการปรับอัตราเงินเดือนตามนัยพระราชบัญญัติเงินเดือน เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๕๔ และพระราชกฤษฎีกาการปรับเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.๒๕๕๔ และมีผลการประเมินประสิทธิภาพประสิทธิผลการปฏิบัติราชการในครั้งที่ ๒  (๑ ตุลาคม) ถึงขั้นที่ได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ถือว่าผู้นั้นได้รับการเลื่อนขั้นเงินเดือนไม่ต่ำกว่า ๐.๕ ขั้น โดยรวมกับผลการเลื่อนขั้นเงินเดือนมนครั้งที่ ๑ (๑ เมษายน) แล้วไม่น้อยกว่า ๑ ขั้น[1]
                        (.) พนักงานจ้างที่ได้รับการเลื่อนขั้นค่าตอบแทนในปีงบประมาณนั้น (๑ ครั้ง)ไม่น้อยกว่า ๑ ขั้น
                        (.) พนักงานจ้างทั่วไปที่ผ่านการประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผล การปฏิบัติงานในปีงบประมาณนั้นทั้งปี (รวม ๒ ครั้ง) ในระดับดีขึ้นไป
                        ทั้งนี้ ให้รวมถึงพนักงาน ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างของเทศบาลที่รับเงินเดือน ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนจากงบประมาณเงินอุดหนุนของรัฐบาลด้วย
            () ให้นายกเทศมนตรีออกคำสั่งการให้ได้รับเงินประโยชน์ตอบแทนอื่นเป็นกรณีพิเศษ แล้วรายงานคณะกรรมการพนักงานเทศบาลเพื่อทราบ
. ให้เงื่อนไขและวิธีการตามประกาศนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่ปีงบประมาณ พ..๒๕๔๙
เป็นต้นไป
                                    ประกาศ ณ วันที่ ...........เมษายน พ.. ๒๕๔๙
.....................................
(.................................)
ผู้ว่าราชการจังหวัด......................
                                               ประธานกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัด......................


[1] วรรค ๒ เพิ่มเติมตามประกาศคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล เรื่อง กำหนดเงื่อนไขและวิธีการกำหนดประโยชน์ตอบแทนอื่นสำหรับพนักงานเทศบาลเป็นกรณีพิเศษ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕ ประกาศเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๕ ประกาศมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ เป็นต้นไป

วันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2555

การกำหนดสายงานที่เทียบเท่านักบริหารงานทั่วไป

ก.ท.ในการประชุมในครั้งที่ ๖/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๕ มีมติเกี่ยวกับการนับระยะเวลาของผู้ดำรงตำแหน่งสายงานนักบริหารงานทั่วไป ดังนี้

๑.เห็นชอบให้กำหนดสานงานนักบริหารงานอื่นๆ เป็นสายงานที่เทียบเท่ากับสายงานนักบริหารงานทั่วไป เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งบริหารในสายงานอื่นที่มีระดับเดียวกันมานับรวมกับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งนักบริหารงานทั่วไป เพื่อประโยชน์ในการคัดเลือกเพื่อเลื่อนระดับสูงขึ้น ในสายงานนักบริหารงานทั่วไปได้

๒.การกำหนดหลักการเพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัย
เพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยจึงกำหนดให้สายงานนักบริหารงานทั่วไปเป็นสายงานเปิดที่ผู้ดำรงตำแหน่งในสายงานนักบริหารงานทั่วไปอาจนำระยะเวลาการดำรงตำแหน่งบริหารในระดับเดียวกันของสายงานอื่นมานับรวมกับระยะเวลาดำรงตำแหน่งในสายงานนักบริหารงานทั่วไป เพื่อประโยชน์ในการคัดเลือกเพื่อเลื่อนระดับสูงขึ้นในสายงานนักบริหารงานทั่วไปได้
สำหรับสายงานนักบริหารในสายงานอื่นถือว่าเป็นสายงานปิด เนื่องจากคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งได้กำหนดคุณวุฒิการศึกษาเป็นการเแพาะด้าน รวมทั้งลักษณะงานเป็นลักษณะงานตามสายอาชีพหรือลักษณะงานเฉพาะด้าน ดังนั้น ผู้ที่ดำรงตำแหน่งบริหารงานสายงานนักบริหารงานทั่วไปจึงไม่อาจนำระยะเวลาการดำรงตำแหน่งในสายงานนักบริหารงานทั่วไปนับรวมกับสายงานปิด เพื่อประโยชน์ในการคัดเลือกเพื่อเลื่อนระดับสูงขึ้นในสายงานปิดได้

หนังสือสั่งการ
การกำหนดสายงานที่เทียบเท่าสายงานนักบริหารทั่วไปกรณีผู้ดำรงตำแหน่งนักบริหารงานทั่วไปเคยดำรงตำแหน่งบริหารต่างสายงานมาก่อน

วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การกำหนดตำแหน่งหัวหน้างานระดับ ๖

สำนักงาน ก.ท. ได้มีหนังสือที่ มท ๐๘๐๙.๒/ว ๑๐๐ ลงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๕ เรื่อง การกำหนดตำแหน่งหัวหน้างานระดับ ๖ สรุปได้ว่า การที่เทศบาลบางแห่งกำหนดตำแหน่ง หัวหน้างาน (นักบริหารงาน ... ๖ ) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่รองจากหัวหน้าฝ่าย นั้น  เป็นการไม่เหมาะสม ประกอบกับ ก.ท.กำหนด ให้นักบริหารงานระดับ ๖ เป็นหัวหน้าฝ่าย จึงแจ้งให้เทศบาลที่กำหนด ตำแหน่งหัวหน้างาน (นักบริหารงาน..๖) ให้ดำเนินการยุบเลิกตำแหน่งดังกล่าว เมื่อตำแหน่งนั้นว่าง

การกำหนดตำแหน่งหัวหน้างาน ระดับ 6 (ก.จ.จ. ทุกจังหวัด) [ก.ท.จ. ทุกจังหวัด และ ก.เมืองพัทยา] [ก.อบต.จังหวัด ทุกจังหวัด]

วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

หลักเกณฑ์การจ่ายเงินค่าครองชีพชั่วคราว


หลักเกณฑ์การให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้าง และพนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว พ.ศ.๒๕๕๕ ส่งตามหนังสือสำนักงาน ก.จ.,ก.ท. และ ก.อบต. ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๐๙.๓/ว.๑๒๕๙ ลงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๕

                ๑.ให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างตามภารกิจ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้รับเงินเดือน หรือค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนไม่ถึงเดือนละ ๑๒,๒๘๕ บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวเดือนละ ๑,๕๐๐ บาท แต่เมื่อรวมกับเงินเดือนหรือค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนแล้วต้องไม่เกินเดือนละ ๑๒,๒๘๕ บาท
                กรณีจำนวนเงินที่ได้รับตามวรรคหนึ่งรวมกันแล้วไม่ถึงเดือนละ ๘,๖๑๐ บาท ให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างตามภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากเงินเดือนหรือค่าจ้างหรือค่าตอบแทนอีกจนถึงเดือนละ ๘,๖๑๐ บาท
                สำหรับพนักงานจ้างทั่วไปขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวเดือนละ ๑,๕๐๐ บาท โดยให้ถือปฏิบัติตามนัยหนังสือสำนักงาน ก.จ.,ก.ท. และ ก.อบต.ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๐๙.๓/ว ๑๑๕ ลงวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๑
                ทั้งนี้ข้อ ๑. ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔ – ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๔

                ๒.ในกรณีที่ตำแหน่งของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้างตามภารกิจ และพนักงานทั่วไปขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ ก.จ.,ก.ท. และ ก.อบต. ได้กำหนดให้คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งนั้นต้องใช้วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป ให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ พนักงานจ้างตามภารกิจ และพนักงานจ้างทั่วไปขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งบรรจุหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวที่มีเงินเดือน หรือค่าจ้างหรือค่าตอบแทนไม่ถึงเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากเงินเดือน หรือค่าจ้างหรือค่าตอบแทนอีกจนถึงเดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท

                ๓.ในกรณีที่ตำแหน่งของข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างตามภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ ก.จ.,ก.ท. และ ก.อบต.ได้กำหนดให้คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งนั้น ต้องใช้วุฒิการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างตามภารกิจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวมีเงินเดือนหรือเงินค่าจ้างหรือเงินค่าตอบแทนไม่ถึงเดือนละ ๑๒,๒๘๕ บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวเดือนละ ๑,๕๐๐ บาท แต่เมื่อรวมกับเงินเดือน หรือค่าจ้างหรือค่าตอบแทนแล้ว ต้องไม่เกินเดือนละ ๑๒,๒๘๕ บาท

                ๔.ในกรณีที่ตำแหน่งพนักงานจ้างทั่วไปขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ ก.จ.,ก.ท. และ ก.อบต.ได้กำหนดให้คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งนั้นใช้วุฒิการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ให้พนักงานจ้างทั่วไปซึ่งบรรจุหรือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวที่มีค่าตอบแทนไม่ถึงเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท ให้ได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวเพิ่มขึ้นจากค่าตอบแทนอีกจนถึงเดือนละ ๙,๐๐๐ บาท
                ทั้งนี้ข้อ ๒ - ๔ ให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕ เป็นต้นไป

                * ๕.กรณีข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น และลูกจ้างประจำ ซึ่งได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงขั้นสูงของอันดับและค่ารับค่าตอบแทนพิเศษ (ร้อยละ ๒-๔-๖) ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าตอบแทนพิเศษของข้าราชการ และลูกจ้างผู้ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงขั้นสูงหรือใกล้ถึงขั้นสูงของอันดับหรือตำแหน่ง พ.ศ.๒๕๕๐ เงินค่าตอบแทนพิเศษ (ร้อยละ ๒-๔-๖-๘) ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนนอกเหนือจากเงินเดือนของข้าราชการและลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ.๒๕๔๗ และกรณีพนักงานจ้างตามภารกิจที่ได้รับค่าตอบแทนเพิ่ม (ร้อยละ ๓-๕) ตามการพิจารณาการเลื่อนขั้นประจำปี เมื่อรวมเงินค่าตอบแทนพิเศษดังกล่าวกับเงินเดือนหรือ ค่าจ้าง หรือค่าตอบแทนแล้ว หากมีจำนวนเงินหรือค่าจ้างหรือค่าตอบแทนยังไม่ถึงตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างตามภารกิจได้รับเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ในข้อ ๑ ข้อ ๒ หรือข้อ ๓ แล้วแต่กรณี

                ๖.การเบิกจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราว ซึ่งมิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินเดือนข้าราชการหรือลูกจ้างประจำ แล้วแต่กรณีโดยอนุโลม

                ๗.ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกคำสั่งให้ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ลูกจ้างประจำ และพนักงานจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวตามหลักเกณฑ์ดังกล่าว โดยให้มีการตรวจสอบและปรับปรุงคำสั่งให้ถูกต้องและสอดคล้องกับอัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทนที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เช่น การเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปี การปรับอัตราเงินเดือนตามวุฒิ การเลื่อนระดับหรือตำแหน่ง เป็นต้น แล้วจัดส่งสำเนาคำสั่งให้จังหวัดเพื่อตรวจสอบจำนวน ๑ ชุด โดยไม่ต้องส่งให้สำนักงาน ก.จ., ก.ท. และ ก.อบต.

วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555

แนวทางการเทียบตำแหน่งข้าราชการพลเรือนกับพนักงานท้องถิ่น


แนวทางการเทียบตำแหน่งข้าราชการพลเรือนกับพนักงานท้องถิ่น
ตามมติ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. ในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
(แจ้งตามหนังสือสำนักงาน ก.จ. ก.ท.และ ก.อบต. ที่ มท ๐๘๐๙.๒/ว ๕๐ ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๕๕)
                การดำรงตำแหน่งข้าราชการพลเรือนกับข้าราชการท้องถิ่นตามมติ ก.ท. ในการประชุมครั้งที่ ๘/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๒ ประกอบกับ ก.จ.และ ก.อบต.ในการประชุมครั้งที่ ๙/๒๕๕๒ เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๒ ซึ่งกำหนดหลักการสำคัญให้พิจารณาตามแนวทางหนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่ นร ๑๐๐๖/ว ๑๒ ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ กล่าวคือ ตำแหน่งประเภททั่วไป เทียบได้กับตำแหน่งในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๑ ระดับ ๒ ตำแหน่งประเภทวิชาการ เทียบได้กับตำแหน่งในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๓ หรือระดับ ๔ ส่วนบุคคลที่ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปหรือวิชาการ จะเทียบได้กับระดับใดนั้นให้พิจารณาจากตำแหน่งเดิมก่อนปรับเข้าสู่ระดับแท่ง
ประเภททั่วไป
=>
สายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๑ ระดับ ๒
ทักษะพิเศษ
ระดับ ๙
อาวุโส
ระดับ ๗ ระดับ ๘
ชำนาญงาน
ระดับ ๕ ระดับ ๖
ปฏิบัติงาน
ระดับ ๑ ระดับ ๒ ระดับ ๓ ระดับ ๔



ตำแหน่งประเภทวิชาการ
=>
ตำแหน่งในสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ๓
ระดับทรงคุณวุฒิ
ระดับ ๑๐
ระดับเชี่ยวชาญ
ระดับ ๙
ระดับชำนาญการพิเศษ
ระดับ ๘
ระดับชำนาญการ
ระดับ ๖ ระดับ ๗
ระดับปฏิบัติการ
ระดับ ๓ ระดับ ๔ ระดับ ๕
               
                ทั้งนี้การพิจารณาตำแหน่งเดิมก่อนปรับเข้าสู่ระบบแท่งนั้น อาจไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เพราะระยะเวลาหนึ่งแล้วจึงทำให้บุคคลดังกล่าวอาจดำรงตำแหน่งที่อาจเลื่อนระดับที่สูงขึ้นได้
                ดังนั้นจึงกำหนดแนวทางการเทียบตำแหน่งกรณีที่ตำแหน่งประเภทเดียวกันแต่อาจเทียบได้หลายระดับ(ซี)ของท้องถิ่น ดังนี้
                ๑.การเทียบตำแหน่งประเภททั่วไป
                ตำแหน่งประเภททั่วไป เทียบได้กับสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๑ และระดับ ๒ แต่บุคคลดังกล่าวจะพิจารณาเทียบให้ดำรงตำแหน่งสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๑ หรือเริ่มต้นจากระดับ ๒ ให้พิจารณาจากคุณวุฒิที่ใช้บรรจุแต่งตั้งและอัตราเงินเดือน เช่น
                - บรรจุในตำแหน่งประเภททั่วไป ที่ใช้คุณวุฒิ ปวช.ก็เทียบได้กับตำแหน่งของสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๑
                - บรรจุในตำแหน่งประเภททั่วไป ที่ใช้คุณวุฒิ ปวท./ปวส. ก็เทียบได้กับตำแหน่งของสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๒
                ทั้งนี้ จะบรรจุแต่งตั้งในตำแหน่งใดก็ให้พิจารณาตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ที่กำหนดต่อไป
                สำหรับการรับโอนในตำแหน่งที่ถูกกำหนดเป็นระดับควบ ๒ ระดับ การพิจารณาว่าจะรับโอนในระดับนั้น พิจารณาได้ ๓ กรณี
                ๑.๑ กรณีเป็นตำแหน่งในระดับควบ : ให้นับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเปรียบเทียบกับตำแหน่งที่จะรับโอนตามคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่จะรับโอนตามคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่กำหนด เช่น นายดิน ฯ ตำแหน่ง นิติกร ระดับปฏิบัติการ มีคุณวุฒินิติศาสตร์บัณฑิต บรรจุแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง นิติกร ๓ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๑ ปรับเป็นตำแหน่งนิติกร ระดับปฏิบัติการ  เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ จะโอนมาดำรงตำแหน่งนิติกร ในระดับใด ให้เทียบระยะเวลาการดำรงตำแหน่งจากตัวอย่าง ท้องถิ่นอาจรับโอนนายดินฯ มาดำรงตำแหน่งนิติกร ระดับ ๔ เนื่องจากดำรงตำแหน่งเทียบเท่าระดับ ๓ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี แต่ไม่อาจรับโอนมาดำรงตำแหน่งนิติกร ระดับ ๕ เนื่องจากดำรงตำแหน่งระดับ ๓ น้อยกว่า ๔ ปี แต่หากนายดินฯ ดำรงตำแหน่งเทียบเท่ากับระดับ ๓ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๔ ปี (คุณวุฒิปริญญาตรี) หรือ ๓ ปี (คุณวุฒิปริญญาโท)  และได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของอันดับเงินเดือนสำหรับตำแหน่งในระดับ ๕ ก็อาจโอนมาดำรงตำแหน่งนิติกร ระดับ ๕ ได้
ระยะเวลา
ข้าราชการพลเรือน
ข้าราชการส่วนท้องถิ่น
๑ ต.ค.๒๕๕๑
๑๑ ธ.ค.๒๕๕๑
ปฏิบัติการ
๑ ต.ค.๒๕๕๓
ปฏิบัติการ
๔ (ระดับ ๓ ครบ ๒ ปี)
๑ ต.ค.๒๕๕๔
ปฏิบัติการ
๔ (ระดับ ๔ ได้ ๑ ปี)
๑ ต.ค.๒๕๕๕
ปฏิบัติการ
๕ (ระดับ ๔ ครบ ๒ ปี)
๑.๒ กรณีเป็นตำแหน่งนอกระดับควบ : การรับโอนในตำแหน่งนอกระดับควบให้พิจารณาว่าบุคคลดังกล่าวดำรงตำแหน่งประเภทและระดับที่เทียบกับระดับตำแหน่งนอกระดับควบตามแนวทางหนังสือสำนักงาน ก.พ.ที่ นร ๑๐๐๖/ว ๑๒ ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๑ ซึ่งแบ่งเป็น ๒ กรณี คือ กรณีมิใช่ตำแหน่งเดียวกัน และกรณีตำแหน่งเดียวกัน (ตามบัญชีปรับปรุงสายงานของสำนักงาน ก.พ.)
- การรับโอนในตำแหน่งนอกระดับควบ กรณีมิใช่ตำแหน่งเดียวกัน ให้ตรวจสอบระยะเวลาดำรงตำแหน่งขั้นต่ำในการดำรงตำแหน่ง โดยขอเทียบระยะเวลาการดำรงตำแหน่งตามแนวทางหนังสือสำนักงาน ก.จ.  ก.ท.และ ก.อบต. ที่ มท  ๐๘๐๙.๒/ว ๒๕ ลงวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๔๙
- การรับโอนในตำแหน่งนอกระดับควบ กรณีตำแหน่งเดียวกัน ให้ตรวจสอบระยะเวลาขั้นต่ำในการดำรงตำแหน่งให้ครบตามเงื่อนเวลาที่กำหนด แต่หากผู้นั้นมีระยะเวลาขั้นต่ำในการดำรงตำแหน่งนอกระดับควบขั้นสูง และท้องถิ่นประสงค์จะรับโอนมาดำรงตำแหน่งนอกระดับควบขั้นสูงจะต้องวิเคราะห์ตำแหน่งโดยแสดงปริมาณงานและคุณภาพงานที่เปลี่ยนแปลงจนถึงขนาดกำหนดตำแหน่งนอกระดับควบขั้นสูง โดยผู้นั้นจะต้องผ่านการประเมินบุคคล ผลการปฏิบัติงาน และผลงานจากหน่วยรับโอนเสนอ ก.จังหวัด พิจารณาเห็นชอบต่อไป
๑.๓ กรณีขอโอนตำแหน่งบริหารที่อาจเทียบได้รับ ระดับ ๖ หรือ ระดับ ๗
การพิจารณารับโอนข้าราชการประเภทอื่นมาดำรงตำแหน่งบริหาร ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การรับโอนและแนวทางการพิจารรารับโอนตามหนังสือสำนักงาน ก.จ.ที่ มท ๐๘๐๙.๒/ว ๒๘๔ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ หนังสือสำนักงาน ก.ท.ด่วนที่สุดที่ มท ๐๘๐๙.๒/ว ๑๘๙ ลงวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๒ และหนังสือสำนักงาน ก.อบต.ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๐๙.๒/ว ๒๖๙ ลงวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๒ ลงวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๒ และหนังสือสำนักงาน ก.ท.ที่ มท ๐๘๐๙.๒ / ๔๖๐๑ ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๓
การรับโอนข้าราชการประเภทอื่นซึ่งมีลักษณะงานเทียบเคียงได้กับตำแหน่งบริหารโดยมีหนังสือรับรองส่วนราชการต้นสังกัด อาจโอนมาดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับ ๖ หรือระดับ ๗ ให้พิจารณาจากหนังสือรับรอง คำร้อง และความประสงค์ของหน่วยรับโอน ว่าจะรับโอนมาดำรงตำแหน่งในระดับใดเป็นสำคัญ ทั้งนี้ กรณีรับโอนมาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกองระดับ ๗ หรือเทียบเท่า ผู้นั้นจะต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเทียบเท่าระดับ ๖ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๔ ปี
สำหรับการรับโอนมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าส่วน หัวหน้าฝ่ายระดับ ๗ หรือเทียบเท่าบุคคลนั้นจะต้องมีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งที่เทียบเท่าระดับ ๖ มาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี
ทั้งนี้ การรับโอนตำแหน่งบริหารให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยการรับโอนโดยเคร่งครัดอาจมีผลกระทบต่อความก้าวหน้าในสายงานของพนักงานส่วนท้องถิ่นได้
๒.การเทียบอัตราเงินเดือน
ปัจจุบันอัตราเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนหรือข้าราชการประเภทอื่น ที่มีบัญชีเงินเดือนแตกต่างจากข้าราชการส่วนท้องถิ่นนั้น ให้พิจารราเทียบอัตราเงินเดือนกับบัญชีเงินเดือนของพนักงานส่วนท้องถิ่น ให้พิจารณาเทียบอัตราเงินเดือนกับบัญชีเงินเดือนของพนักงานส่วนท้องถิ่นในขั้นที่เทียบได้ไม่สูงกว่าเดิม และให้คำนึงถึงการปรับอัตราเงินเดือนตามคุณวุฒิตามหนังสือสำนักงาน ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต.ที่ มท ๐๘๐๙.๔/ว ๔๐ ลงวันที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๔
ประกอบกับเพื่อให้การเทียบตำแหน่งข้าราชการพลเรือนกับพนักงานส่วนท้องถิ่นมีมาตรฐานเดียวกัน เห็นว่าแนวทางการเทียบตำแหน่งข้างต้นให้ใช้เป็นแนวทางพิจารณาร่วมกันทั้ง ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต. จึงเห็นชอบให้จัดทำบัญชีกลุ่มตำแหน่งเดียวกัน โดยพิจารณาจากลักษณะงานตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งโดยยึดถือตามแนวทางปฏิบัติตามหนังสือสำนักงาน ก.จ.ที่ มท ๐๘๐๙.๒/ว ๒๘๔ ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ หนังสือสำนักงาน ก.ท.ด่วนที่สุด ที่ มท ๐๘๐๙.๒/ว ๑๘๙ ลงวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๒ และหนังสือสำนักงาน ก.อบต. ๐๘๐๙.๒/ว ๒๖๙ ลงวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๒ รายละเอียดตามบัญชีการเทียบตำแหน่งข้าราชการพลเรือนและข้าราชการประเภทอื่นกับพนักงานส่วนท้องถิ่น
บัญชีการเทียบตำแหน่งข้าราชการพลเรือนและข้าราชการประเภทอื่นกับพนักงานส่วนท้องถิ่น
(แจ้งตามมติ ก.จ. ก.ท. และ ก.อบต.ในการประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕)
๑.ตำแหน่งสายงานเริ่มต้นจากระดับ ๓ และ ๔
ลำดับ
ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนและข้าราชการประเภทอื่น
ตำแหน่งตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่ ก.จ. ก.ท.และ ก.อบต.กำหนด
นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
นักทรัพยากรบุคคล
บุคลากร
นักจัดการงานทั่วไป
เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป
นักวิชาการตรวจสอบภายใน
เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน
นักประชาสัมพันธ์
นักวิชาการประชาสัมพันธ์
นักวิชาการพัฒนาชุมชน
นักพัฒนาชุมชน
นักวิชาการสาธารณสุข
นักวิชาการสุขาภิบาล
นักวิชาการส่งเสริมสุขภาพ
นักวิชาการสาธารณสุข
๒.บัญชีตำแหน่งสายงานที่เริ่มต้นจากระดับ ๑ และ ๒
ลำดับ
ตำแหน่งข้าราชการพลเรือนและข้าราชการประเภทอื่น
ตำแหน่งตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่ ก.จ. ก.ท.และ ก.อบต.กำหนด
เจ้าพนักงานธุรการ
เจ้าหน้าที่บันทึกข้อมูล
เจ้าหน้าที่ธุรการ
เจ้าพนักงานธุรการ
เจ้าพนักงานพัสดุ
เจ้าหน้าที่พัสดุ
เจ้าพนักงานพัสดุ
เจ้าพนักงานการคลัง
เจ้าหน้าที่การคลัง
เจ้าพนักงานการคลัง
เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
เจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี
เจ้าพนักงานการเงินและบัญชี
เจ้าพนักงานเผยแพร่และประชาสัมพันธ์
เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์
เจ้าพนักงานประชาสัมพันธ์
เจ้าพนักงานการเกษตร
เจ้าหน้าที่การเกษตร
เจ้าพนักงานการเกษตร
พยาบาลเทคนิค
เจ้าหน้าที่พยาบาล
พยาบาลเทคนิค
เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุข
ทันตสาธารณสุข
เจ้าพนักงานเภสัชกรรม
ผู้ช่วยเภสัชกร
๑๐
เจ้าพนักงานสาธารณสุข
เจ้าหน้าที่ส่งเสริมสุขภาพ
เจ้าพนักงานส่งเสริมสุขภาพ
เจ้าหน้าที่สุขาภิบาล
เจ้าพนักงานสุขาภิบาล
เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน
๑๑
โภชนาการ
โภชนาการ
เจ้าพนักงานโภชนาการ
๑๒
เจ้าพนักงานรังสีการแพทย์
เจ้าหน้าที่เอกซ์เรย์
เจ้าหน้าที่รังสีการแพทย์
๑๓
เจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์
เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์การแพทย์
เจ้าพนักงานวิทยาศาสตร์การแพทย์
๑๔
นายช่างโยธา
ช่างโยธา
นายช่างโยธา
๑๕
นายช่างเขียนแบบ
ช่างเขียนแบบ
นายช่างเขียนแบบ
๑๖
นายช่างศิลป์
ช่างศิลป์
นายช่างศิลป์
๑๗
นายช่างสำรวจ
ช่างสำรวจ
นายช่างสำรวจ
๑๘
นายช่างเครื่องกล
ช่างเครื่องยนต์
นายช่างเครื่องยนต์
ช่างเครื่องกล
นายช่างเครื่องกล
๑๙
นายช่างไฟฟ้า
ช่างไฟฟ้า
นายช่างไฟฟ้า
๒๐
เจ้าพนักงานประปา
เจ้าหน้าที่การประปา
เจ้าพนักงานการประปา
๒๑
เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน
เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน
เจ้าพนักงานพัฒนาชุมชน
๒๒
เจ้าพนักงานการเกษตร
เจ้าหน้าที่การเกษตร
เจ้าพนักงานการเกษตร
๒๓
เจ้าพนักงานสัตวบาล
เจ้าหน้าที่สัตวบาล
เจ้าพนักงานสัตวบาล
๒๔
เจ้าพนักงานประมง
เจ้าหน้าที่ประมง
เจ้าพนักงานประมง
๒๕
เจ้าพนักงานห้องสมุด
เจ้าหน้าที่ห้องสมุด
เจ้าพนักงานห้องสมุด