ผลการค้นหา

วันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การขอใช้บัญชีสอบแข่งขัน

คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ ๕๔๐/๒๕๔๘

เทศบาลตำบลหนองสอ ผู้ฟ้อคดี

คณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดนครราชสีมา ผู้ถูกฟ้องคดี


เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย (คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา)
กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒
(มาตรา ๑๕ และมาตรา ๒๓)
พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ (มาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง)

การสั่งบรรจุแต่งตั้งพนักงานเทศบาลตำบลหนองกราดเป็นอำนาจของนายกเทศมนตรีตำบลหนองกราดโดยต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถูกฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีเป็นบุคคลภายนอกจึงไม่มีสิทธิหรือหน้าที่ใดๆ ตามกฎหมายในการบรรจุแต่งตั้งของเทศบาลดังกล่าว การที่นายกเทศมนตรีตำบลหนองกราดมีหนังสือขอใช้บัญชีสอบแข่งขันได้ของผู้ฟ้องคดี ถือเป็นเรื่องของการประสานงานระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นด้วยกันเท่านั้น มิได้มีการก่อตั้งนิติสัมพันธ์ใด ในเรื่องการบรรจุแต่งตั้งแต่ประการใด อีกทั้งมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ให้ใช้บัญชีตามประกาศ ก.อบต.จ. นครราชสีมา ถือเป็นเรื่องนโยบายหรือการบริหารงานภายในของผู้ถูกฟ้องคดี กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่ามติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ไม่ให้ใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของผู้ฟ้องคดีในการบรรจุแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงานธุรการ ระดับ ๒ ของเทศบาลตำบลหนองกราดมีผลกระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของผู้ฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีจึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ต่อศาลปกครองตามนัยมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ

ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีได้จัดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเป็นพนักงานเทศบาล และได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการ ระดับ ๒ ซึ่งตามประกาศระบุไว้ว่า ผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าของบัญชี การสอบแข่งขันครั้งนี้และมีอำนาจพิจารณาอนุญาตให้เทศบาลอื่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือส่วนราชการอื่น ที่มีความประสงค์จะขอใช้บัญชีผลการสอบแข่งขันครั้งนี้เพื่อแต่งตั้งในสายงานเดียวกันกับของส่วนราชการนั้น โดยจะเรียกบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ของผู้สอบแข่งขันได้ตามบัญชีผลการสอบแข่งขัน เว้นแต่กรณีที่มีระเบียบหรือหนังสือสั่งการให้ถือปฏิบัติเป็นอย่างอื่น ต่อมา เทศบาลตำบลหนองกราดได้มีหนังสือขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ ระดับ ๒ ของ ผู้ฟ้องคดีรายผู้สอบแข่งขันได้ในลำดับที่ ๔ ผู้ฟ้องคดีอนุญาตและให้ทำเรื่องขอความเห็นชอบจากผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นองค์กรกลางที่ทำหน้าที่บริหารงานบุคคลก่อน จึงจะสามารถออกคำสั่งบรรจุและแต่งตั้งได้ ต่อมา เทศบาลตำบลหนองกราดได้แจ้งให้ ผู้ฟ้องคดีทราบว่า ผู้ถูกฟ้องคดีมีมติให้ชะลอการขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันจากจังหวัดอื่น เนื่องจากจังหวัดนครราชสีมามีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ขึ้นบัญชีตามประกาศคณะกรรมการพนักงานส่วนตำบลจังหวัดนครราชสีมา (ก.อบต.จ. นครราชสีมา) คงเหลืออยู่ เทศบาลตำบลหนองกราดจึงขอยกเลิกการขอใช้บัญชีการสอบแข่งขันของ
ผู้ฟ้องคดี ส่งผลให้ผู้ที่สอบได้ในลำดับที่ ๔ ได้รับความเดือดร้อน เพราะได้รับ
การบรรจุและแต่งตั้งหลังผู้ที่สอบได้ในลำดับที่ไกลกว่า และผู้ฟ้องคดีได้รับ ความเดือดร้อนโดยตรงเพราะเป็นเจ้าของบัญชี ขอให้ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ให้ชะลอการขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันจากจังหวัดอื่น
ศาลปกครองชั้นต้นตรวจพิจารณาคำฟ้องแล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีประกาศผลการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้าเป็นพนักงานเทศบาลประจำปี ๒๕๔๗ โดยต้องการตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ ระดับ ๒ จำนวน ๑ อัตรา จากผู้สอบได้ทั้งหมด ๒๓ คน ดังนั้น เมื่อผู้ฟ้องคดีได้บรรจุแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้ในลำดับที่ ๑ ทดแทนตำแหน่งที่ว่างแล้ว ผู้ที่ได้รับการขึ้นบัญชีในลำดับที่ ๒ ถึงสุดท้าย จึงมิใช่บุคคลที่ผู้ฟ้องคดีจะนำมาใช้ในการบรรจุและแต่งตั้ง การที่จะมีเทศบาลมาขอใช้บัญชีหรือไม่หรือบุคคลที่สอบแข่งขันได้และขึ้นบัญชีไว้ดังกล่าวจะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งหรือไม่ ไม่ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายแต่อย่างใด ที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีมติให้ชะลอการขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันจากจังหวัดอื่นจึงไม่ก่อให้ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับ ความเดือดร้อนเสียหายตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ว่า การที่ผู้ฟ้องคดีขึ้นบัญชีผู้สอบได้ในลำดับที่ ๒ ถึงสุดท้ายไว้ เพราะมีวัตถุประสงค์จะบรรจุและแต่งตั้งเป็นพนักงานของผู้ฟ้องคดีด้วย ดังนั้น การที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นหรือหน่วยงานราชการอื่นมาขอใช้บัญชีสอบแข่งขันของผู้ฟ้องคดีย่อมมีความเกี่ยวข้องและกระทบต่อผู้ฟ้องคดีโดยตรง
ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า การบริหารงานบุคคลในเทศบาล
มีกฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ไว้คือ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติว่า เทศบาลที่อยู่ในเขตจังหวัดหนึ่งให้มีคณะกรรมการพนักงานเทศบาลร่วมกันคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารงานบุคคลสำหรับเทศบาลทุกแห่งในเขตจังหวัดนั้น และในวรรคหกของมาตราดังกล่าวบัญญัติว่า ให้นำความในมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการพนักงานเทศบาลโดยอนุโลม ทั้งนี้ โดยให้การใช้อำนาจหน้าที่ตามบทบัญญัติดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาล คณะกรรมการพนักงานเทศบาล หรือนายกเทศมนตรี แล้วแต่กรณี ซึ่งมาตรา ๑๕ บัญญัติว่า การออกคำสั่งเกี่ยวกับการบรรจุและแต่งตั้ง หรือการอื่นใดที่เกี่ยวกับ
การบริหารงานบุคคลในองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้เป็นอำนาจของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดกำหนด แต่สำหรับการออกคำสั่งแต่งตั้งพนักงานเทศบาลนั้น เป็นอำนาจของนายกเทศมนตรีซึ่งใช้อำนาจของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการพนักงานเทศบาลซึ่งใช้อำนาจของคณะกรรมการข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดกำหนด และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการพนักงานเทศบาลก่อน ดังนั้น ในการออกคำสั่งแต่งตั้งพนักงานเทศบาลตำบลหนองกราดจึงเป็นอำนาจของนายกเทศมนตรีตำบลหนองกราด
โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ผู้ถูกฟ้องคดีกำหนด และต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถูกฟ้องคดีก่อน สำหรับหลักเกณฑ์การบรรจุแต่งตั้งพนักงานเทศบาลนั้น ผู้ถูกฟ้องคดีได้มีประกาศในเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๕ ซึ่งตามข้อ ๑๐๒ กำหนดว่า การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นพนักงานเทศบาลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใดในเทศบาลให้บรรจุและแต่งตั้งจากผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งนั้นโดยบรรจุและแต่งตั้งตามลำดับที่ในบัญชี ผู้สอบแข่งขันได้ กรณีเทศบาลไม่มีบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในตำแหน่งใด อาจบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้โดยขอใช้บัญชีสอบแข่งขันของ ก.ท.จ. อื่น เทศบาลอื่นหรือคณะกรรมการข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นอื่น หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือส่วนราชการอื่น
ในตำแหน่งเดียวกันกับตำแหน่งที่จะบรรจุเข้ารับราชการหรือตำแหน่งอื่นที่กำหนดคุณวุฒิตรงตามคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งที่กำหนดในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของตำแหน่งนั้น จากข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การสั่งบรรจุแต่งตั้งพนักงานเทศบาลตำบล หนองกราดเป็นอำนาจของนายกเทศมนตรีตำบลหนองกราด โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก ผู้ถูกฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีเป็นบุคคลภายนอกจึงไม่มีสิทธิหรือหน้าที่ใดๆ ตามกฎหมายในการบรรจุแต่งตั้งของเทศบาลตำบลหนองกราดดังกล่าว การที่นายกเทศมนตรีตำบลหนองกราดมีหนังสือ ขอใช้บัญชีสอบแข่งขันได้ของผู้ฟ้องคดี ถือเป็นเรื่องของการประสานงานระหว่างหน่วยงานท้องถิ่นด้วยกันเท่านั้น มิได้มีการก่อตั้งนิติสัมพันธ์ใดๆ ในเรื่องการบรรจุแต่งตั้งครั้งนี้แต่ประการใด อีกทั้งมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ให้ใช้บัญชีตามประกาศ ก.อบต.จ. นครราชสีมา ถือเป็นเรื่องนโยบายหรือการบริหารงานภายในของผู้ถูกฟ้องคดี กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่ามติของ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ไม่ให้ใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของผู้ฟ้องคดีในการบรรจุแต่งตั้งนาง ด. เป็น เจ้าพนักงานธุรการ ระดับ ๒ ของเทศบาลตำบลหนองกราดมีผลกระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของ ผู้ฟ้องคดีแต่อย่างใด ผู้ฟ้องคดีจึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีนี้ต่อศาลปกครองตามนัยมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ ที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของ ผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความนั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นพ้องด้วย
จึงมีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น

ขอ หารือการขอใช้บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ของกระทรวง ทบวง กรม ในตำแหน่งเดียวกับตำแหน่งที่จะบรรจุเข้ารับราชการมาบรรจุแต่งตั้งเป็น พนักงานส่วนตำบล

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น